การเซ็นสัญญาใหม่หลังจากอำลาทีมแบบไม่เต็มใจในเดือนพฤศจิกายน 2001 ฮีโร่ของเดอะ ค็อป กลับมายังแอนฟิลด์

“ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง” ฟาวเลอร์กล่าวอย่างมีความสุขหลังคืนสู่สโมสรที่เขารักเป็นครั้งที่สอง

“ผมมีความสุขมาก มันน่าขนลุก”

“การเดินทางกลับมายังแอนฟิลด์เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม และการได้จรดปากกาเซ็นสัญญาจริงๆ… มันเป็นสิ่งที่ผมรอคอยให้เกิดขึ้นมานาน”

เด็กอะคาเดมีที่เกิดในท็อกซ์เท็ธรายนี้สร้างชื่อเป็นหนึ่งในดาวายิงที่ดีที่สุดของสโมสร และการเป็นศูนย์หน้าที่ได้รับความยำเกรง หลังจากทำประตูประเดิมสนามตั้งแต่ยังวัยรุ่นในเดือนก.ย. 1993

แฟนบอลขนานนามให้กับเขาในฉายา ‘ก็อด’ เขาทำได้ถึง 100 ประตูรวดเร็วกว่าเอียน รัช และคว้าทริปเปิลแชมป์กับทีมอย่างลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และยูฟา คัพ ในปี 2001

แม้ว่าจะเป็นฮีโร่ของทีม กลางฤดูกาลถัดมาเชราร์ อุลลิเยร์ ผู้จัดการทีมหงส์แดงได้ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด และปล่อยฟาวเลอร์ให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นสถิติที่ 11 ล้านปอนด์

กองเชียร์ลิเวอร์พูลต่างตกตะลึง สื่อท้องถิ่นได้รายงานข่าวถึงจดหมายประท้วง และการโทรศัพท์จากแฟนๆ ที่ต้องการให้เขากลับมา

ข่าวลือเกี่ยวกับการคืนทีมของเขาเข้ามา และผ่านไป แต่การย้ายทีมของฟาวเลอร์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว คือตอนที่เขาไปอยู่กับแมนฯ ซิตี้ ของเควิน คีแกนในปี 2003

หลังจากนั้นในวัย 30 ปี เบนิเตซได้ติดต่อไปอีกครั้ง ฟาวเลอร์ย้ายแบบไม่มีค่าตัว และได้รับการต้อนรับในฐานะตำนานในวันที่เขากลับมา

“ผมคิดว่ามันคือเรื่องที่ผมภาคภูมิใจ และน่าจดจำที่สุด” ฟาวเลอร์รำลึกในเวลาต่อมา

“การย้ายกลับมาลิเวอร์พูล กลับบ้าน กลับมาใส่เสื้อสีแดงอีกครั้ง มันมีความหมายอย่างมากกับผม”

ฟาวเลอร์ได้รับเสียงเชียร์กึกก้องเมื่อเขาลุกจากม้านั่งสำรองในการเปิดตัวลงสนามที่แอนฟิลด์อีกครั้ง และน่าเสียดายที่ชวดทำประตูชัยจากลูกตีลังกายิงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อถูกยกธงล้ำหน้า(คงเพราะผู้กำกับเส้นไม่ได้อ่านสคริปต์?)

กองหน้ารายนี้เดินหน้าต่อทำไป 12 ประตูในช่วงเวลาอีกฤดูกาลครึ่งในทีมของเบนิเตซ และแซงตัวเลขของเคนนี ดัลกลิชในรายการดาวยิงตลอดกาลของสโมสร

ตลอด 2 ช่วงเวลากับลิเวอร์พูล ฟาวเลอร์ทำไป 183 ประตูใน 369 เกม รั้งอันดับ 6 ตลอดกาลในประวัติศาสตร์สโมสรลิเวอร์พูล